Category Archives: ห้องเย็น

คุณสมบัติของน้ำยาแอร์ที่ใช้กับห้องดับจิต

ห้องเย็นเก็บศพกับร่างไร้วิญญาณ ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะยากดีมีจน นั่นก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน หากในวันที่ลมหายใจสุดท้าย ดับลง ไม่ว่าจะเป็นใคร ร่างกายและสังขารย่อมเสื่อมสลายไป เป็นที่รู้กันว่า หากผู้เสียชีวิตได้จากลาโลกไปแล้ว ร่างอันไร้วิญญาณ ก็จะถูกส่งตัวไปไว้ ณ ห้องเย็นเก็บศพ หรือที่เราเรียกกันว่า ห้องดับจิต นั่นเอง                 ห้องเย็นเก็บศพเป็นพื้นที่สำหรับเก็บร่างกายของผู้เสียชีวิตเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจากเชื้อแบคทีเรีย เพราะร่างกายของผู้เสียชีวิตก็คือซากศพประเภทหนึ่ง ไม่ต่างจากซากหมู หรือซากวัว ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในอากาศสามารถทำลายเซลล์ให้เกิดความเสียหายได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ว่า หลังจากเสียชีวิต แพทย์หรือพยาบาลจะต้องทำการฉีดฟอร์มาลีนเข้าสู่ร่างกายให้ทั่วทุกส่วน เพราะเมื่อเสียชีวิตแล้ว หัวใจจะหยุดเต้น ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายไม่ทำงาน จึงไม่สามารถนำพาฟอร์มาลีนไปยังส่วนต่างๆในร่างกายได้                 ในการออกแบบห้องเย็นหรือห้องดับจิต คือต้องการหยุดอัตราการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย  โดยแบคทีเรียมี 3 ตระกูล ดังนี้ กลุ่ม Thermophile คือจุลินทรีย์ที่สามารถเจริญเติบโตที่ช่วงอุณภูมตั้งแต่ 45-80 องศาเซลเซียส กล่าวคือ หากอุณภูมิอยู่ที่ 45 องศาเซลเซียส อัตราการเจริญเติมโต (Rate of Growth) ของแบคทีเรียกลุ่มนี้จะเป็นศูนย์ แต่ถ้าอุณภูมิสูงมากขึ้น

สารทำความเย็นในระบบทำความเย็น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง

สารทำความเย็นในระบบทำความเย็น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง การทำความเย็นในระบบทำความเย็น ห้องเย็น หรือ ห้องแช่แข็งนั้นส่วนใหญ่ใช้ระบบทำความเย็นที่เรียกว่าระบบหล่อเย็น (refrigeration system) ซึ่งประกอบด้วยสารทำความเย็นหลายชนิด หลายประเภท ที่มีความสามารถในการดูดความร้อนจากสิ่งรอบตัวและนำไปปล่อยไปที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า การทำงานของระบบทำความเย็นนั้นมีขั้นตอนหลายขั้นตอน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 1.อัดเย็น (Compression): สารทำความเย็นถูกอัดให้มีแรงดันและอุณหภูมิสูงขึ้น. 2.หล่อเย็น (Condensation): สารทำความเย็นที่อัดเย็นถูกนำไประบายความร้อนที่สูงในการหล่อเย็น, ทำให้สารเปลี่ยนจากสถานะไอไปเป็นของเหลว. 3.ขยายเย็น (Expansion): สารทำความเย็นที่เป็นของเหลวถูกขยายให้มีแรงดันลดลง, ทำให้มีอุณหภูมิต่ำ. 4.หล่อเย็น (Evaporation): สารทำความเย็นที่ถูกขยายเย็นถูกนำไปดูดความร้อนจากสิ่งรอบตัวและเปลี่ยนเป็นสถานะไอ. กระบวนการนี้ทำให้มีการถ่ายเทความเย็นจากระบบไปยังห้องเย็นหรือห้องแช่แข็ง  ทำให้สิ่งของที่อยู่ในห้องเย็นหรือแช่แข็งนั้นมีอุณหภูมิต่ำลง. น้ำยาแอร์ที่ใช้ในระบบทำความเย็น ห้องเย็น หรือ ห้องแช่แข็งมีหลายประเภทตามลักษณะการทำงานและคุณสมบัติทางเคมี  ต่อไปนี้คือบางประเภทที่พบบ่อยในประเทศไทย 1.Hydrochlorofluorocarbons  (HCFCs): เป็นสารทำความเย็นที่ใช้งานมาก่อน แต่มีผลกระทบต่อโอโซนและมีศักยภาพที่จะถูกห้ามในอนาคต. ตัวอย่างเช่น R-22 (Chlorodifluoromethane)  เป็น HCFC ที่มักใช้ในอดีต, แต่ตอนนี้ได้ถูกห้ามในหลายประเทศ. 2.Hydrofluorocarbons (HFCs): เป็นสารทำความเย็นที่ถูกนำมาแทนที่ HCFCs เนื่องจากไม่ทำลายโอโซน. ตัวอย่างเช่น R-134a เป็น HFC

การเลือกซื้อห้องเย็นต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การเลือกซื้อห้องเย็นต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง                 การเลือกซื้อห้องเย็นมีความสำคัญมากกับธุรกิจหลากหลายประเภท ที่มีความต้องการในการจัดเก็บสินค้า วัตถุดิบ หรือ ผลผลิต ไว้ภายในห้องที่สามารถเก็บความเย็นได้คงที่ สำหรับการรักษาคุณภาพของสินค้าที่เตรียมส่งขาย โดยการใช้ห้องเย็นเพื่อลดปัญหาการเกิดแบคทีเรียและเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทำให้สินค้าหรือวัตถุดิบอย่างเช่น อาหาร ผลผลิตต่างๆ เสื่อมสภาพและเกิดความเสียหาย เน่าเสียได้อย่างรวดเร็ว                 การเลือกติดตั้งห้องเย็นของแต่ละธุรกิจนั้น ควรคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆโดยเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกสถานที่ติดตั้งที่สะดวกต่อการลำเลียงสินค้า และง่ายต่อการเข้าถึงและการตรวจสอบสภาพการใช้งานให้การทำงานมีประสิทธิภาพ                 ประเภทของห้องเย็นมีด้วยกัน 2 ประเภท ดังนี้ ห้องเย็นแบบแช่เยือกแข็ง  เป็นการรักษาสภาพวัตถุดิบให้เย็นจัดจนเยือกแข็ง เพื่อให้เก็บวัตถุดิบไว้ได้เป็นเวลานาน จะเหมาะกับอาหารประเภทที่ต้องการคุณภาพใกล้เคียงกับของสด และสามารถเก็บไว้ได้นาน โดยการเก็บรักษาอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เช่น -18 องศาเซลเซียส เป็นต้น ห้องเย็นแบบแช่เย็น  เป็นการใช้ความเย็นอุณภูมิที่น้อยกว่าจุดเยือกแข็ง (อุณภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส) เหมาะกับผักและผลไม้ ที่จะถูกเก็บไว้ในระยะเวลาสั้นๆ จึงมีอุณภูมิใกล้เคียงกับบรรยากาศโดยอุณภูมิไม่ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส                 สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการติดตั้งห้องเย็นมีดังนี้ ขนาดห้องเย็นที่เหมาะสมกับพื้นที่  ความเหมาะสมของอุณภูมิกับวัตถุดิบที่แช่เย็น การใช้ไฟ้ฟ้า การระบายอากาศที่เหมาะสม การบำรุงรักษา                 ส่วนประกอบหลักของห้องเย็น ไม่ว่าระบบทำความเย็นจะถูกออกแบบเป็นระบบแบบใดก็ตาม ล้วนแต่มีวัถุประสงค์เดียวกัน

ประเภทของห้องเย็นในการใช้งาน

ประเภทของห้องเย็นในการใช้งาน “ห้องเย็น” ได้ถูกออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมเพื่อจัดเก็บผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยใช้อุณหภูมิเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพ และอายุการเก็บรักษาสินค้าต่างๆ ประเภทของห้องเย็นและช่วงอุณหภูมิขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บในหลากหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่ อาหาร, ยา, วัคซีน, สารเคมี, พืช ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร, เครื่องสำอางค์ เป็นต้น โดยทั่วไปห้องเย็นจะทำงานที่ระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับข้อกำหนด และความต้องการเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บ  อาจแบ่งได้ดังนี้ -Chilled Storage ห้องเย็นเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ โดยรักษาอุณหภูมิทั่วไประหว่าง 0°C-5°C (41°F) ใช้สำหรับจัดเก็บอาหารที่เน่าเสียง่าย เช่น ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่ม เพื่อรักษาคุณภาพ และชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย -Cold Storage ห้องเย็นเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0°C แต่สูงกว่าจุดเยือกแข็ง ช่วงอุณหภูมิสำหรับห้องเย็นอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง -2°C ถึง -18°C ใช้สำหรับจัดเก็บอาหารแช่แข็ง เช่น ผลไม้แช่แข็ง ผัก เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ฯลฯ เพื่อรักษาคุณภาพ และยืดอายุการเก็บรักษา -Frozen / Freezer Storage

ระบบทำความเย็นของอุตสาหกรรม

ระบบทำความเย็นของอุตสาหกรรม ระบบการทำความเย็น นอกจากการทำความเย็นแบบพื้นฐาน ยังมีอีกมากมายหลายรูปแบบ ตามการใช้งาน และความต้องการประสิทธิภาพในการทำความเย็น ที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น ตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามากขึ้น ระบบทำความเย็นและระบบแช่แข็งในอุตสาหกรรม ที่เราเห็นกันมากที่สุดคืออุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเราสามารถจำแนกการทำความเย็นตามลักษณะของการใช้งาน ได้ดังนี้ ห้องเย็น (Cold Room) เป็นที่นิยมใช้มากในอุตสาหกรรมอาหาร ห้องเย็นถูกควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับสินค้า เพื่อช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรีย ก่อนจะถูกผลิต จัดจำหน่ายตามลูกโซ่ความเย็น ห้องแช่แข็ง (Frozen Room) ใช้สำหรับลดอุณหภูมิของสินค้าในระยะเวลาอันสั้นที่สุดตามหลักการถนอมรักษาอาหาร หรือใช้กับวัตถุดิบที่ต้องการความเย็นสูง การลดอุณหภูมิของสินค้าหรือวัตถุดิบ มีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับสารทำความเย็นที่ใช้ในการทำความเย็น สำหรับหลักการทำความเย็นโดยใช้เครื่องระเหย หรือคอยล์เย็น (Evaporator) สามารถแบ่งได้ดังนี้ แบบขยายโดยตรง (Direct Expansion) เป็นแบบที่ใช้กันทั่วไป เหมาะสำหรับห้องเย็นที่มีค่าการทำความเย็นไม่สูงมากนัก โดยสารทำความเย็นจะไหลจากฝั่ง คอยล์ร้อน (Condenser) เข้าสู่ถังพักสารทำความเย็นและไหลผ่านวาล์วลดความดัน (Expansion Valve) เข้าสู่คอยล์เย็นหรือ Evaporator โดยตรง แบบท่วมคอยล์ (Flooded Coil) เป็นระบบสารทำความเย็นที่ส่งจากคอยล์ร้อน (Condenser) เข้าสู่ถังพักสารทำความเย็นที่มีความดันสูง และไหลผ่านวาล์วลดความดันไปสู่ถังเก็บสารทำความเย็นความดันต่ำก่อน ก่อนจะไหลเข้าคอยล์เย็น โดยอาศัยการที่ของเหลวไหลไปแทนที่ก๊าซ จุดแตกต่างสำหรับระบบนี้

สัญญาณเตือนบอกให้รู้ว่าตู้เย็นของคุณน้ำยารั่ว

สัญญาณเตือนบอกให้รู้ว่าตู้เย็นของคุณน้ำยารั่ว ในปัจจุบันสารทำความเย็น หรือน้ำยาทำความเย็นเป็นส่วนประกอบสำคัญของตู้เย็นทั่วไป การทำความเย็นของตู้เย็นไม่ต่างกับในเครื่องปรับอากาศ โดยคอมเพรสเซอร์ จะทำหน้าที่อัดน้ำยาทำความเย็น หรือสารทำความเย็นในสภาวะเป็นก๊าชให้มีความดันสูง และเปลี่ยนสถานะไปเรื่อยๆ จนพัดลมของคอยล์เย็นจะกระจายลมเย็นให้แก่สารทำความเย็นไหลเวียนไปสร้างความเย็นภายในตู้เย็น และหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในระบบปิด ซึ่งจะส่งผลให้น้ำยาแอร์ หรือสารทำความเย็น ยังคงอยู่ไม่หายไปไหน การทำความเย็นของตู้เย็นจะได้รับการออกแบบมาให้เป็นระบบปิด แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วไหลของสารทำความเย็นขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อความสดของอาหาร หรือวัตถุดิบในตู้เย็นเท่านั้น แต่ยังอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย สัญญาณเตือนที่บอกให้รู้ว่าตู้เย็นของคุณน้ำยารั่ว มีดังนี้ วัตถุดิบหรืออาหารในตู้เย็น ไม่มีความเย็น หากตู้เย็นของเรามีอาการรั่วไหลของสารทำความเย็น น้ำดื่มหรือน้ำอัดลมของเรา เวลานำมาดื่มอาจจะไม่เย็นชื่นใจเหมือนเคย เนื่องจากสารทำความเย็นรั่ว เครื่องจึงไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง จึงส่งผลให้วัตถุดิบหรืออาหารในตู้เย็นของคุณไม่เย็นหรือไม่สดเท่าที่ควรจะเป็น เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ในสารทำความเย็นบางประเภท มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อย่างเช่นกลิ้นอับ โดยเฉพาะถ้าตู้เย็นที่อยู่ในพื้นที่แคบ อย่างเช่น คอนโด เป็นต้น หากมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างไม่มีสาเหตุอื่น พร้อมสัญญาณจากข้างต้นแล้ว อาจจะเป็นผลมาจากน้ำยาทำความเย็นซึมก็เป็นได้ คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก เมื่ออุณภูมิของตู้เย็นเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์และคอนเดนเซอร์ทำงานโดยใช้ฟรีออนเพื่อช่วยลดอุณหภูมิลง สู่ระดับที่ต้องการ เวลาปกติเราอาจจะได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์ ทำงานไม่ตลอดเวลา แต่เมื่อเกิดการรั่วไหลของน้ำยาทำความเย็น มอเตอร์จะถูกบังคับให้ทำงานเป็นเวลานานขึ้น เพื่อชดเชยปริมาณสารทำความเย็นที่หายไป ทำให้มอเตอร์รับภาระมากกว่าศักยภาพ หรือประสิทธิภาพของตัวเอง นอกจากอาหารจะไม่เย็นแล้ว อาจจะทำให้เกิดปัญหากับส่วนอื่นๆ ของตู้เย็นได้อีกด้วย ค่าไฟสูงขึ้นผิดปกติ

หลักการทำงานของระบบทำความเย็น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง 

หลักการทำงานของระบบทำความเย็น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง  ในเรื่องของวัฏจักรการทำความเย็นแบบอัดไอทำให้เกิดความเย็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำความเย็น และมีลักษณะเหมือนกันคือทำให้สารซึ่งเป็นตัวกลางในการทำความเย็น (Refrigerant)เปลี่ยนสถานะด้วยการใช้ความร้อนแฝง เพื่อให้สารที่เป็นตัวกลางในการทำความเย็นเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ ส่งผลให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิลดลง ซึ่งหมายความว่าบริเวณนั้นจะมีความเย็นเกิดขึ้นเริ่มต้นกระบวนการทำความเย็นจากการดูดความร้อนด้วย Evaporator หรือคอยล์เย็น ซึ่งความร้อนที่สารทำความเย็นดูดเข้ามานี้จะทำให้น้ำยาสารทำความเย็นเกิดความร้อนและเปลี่ยนสภาพจากของเหลวกลายเป็นไอ กระบวนการนี้สารทำความเย็นจะดูดซับเอาความร้อนจากบริเวณโดยรอบ มาจากวัตถุต่างๆ ที่อยู่ใกล้คอยล์เย็นโดยวิธีการนำความร้อน การพาความร้อน หรือการแผ่รังสีความร้อนทำให้สารทำความเย็นนี้มีอุณหภูมิสูงที่ความดันต่ำ    สารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิสูงสถานะไอนี้จะถูกส่งต่อไปยัง Compressor หรือเครื่องอัดโดยจะอัดให้มีความดันสูงขึ้นก่อนส่งต่อไปที่ Condenser หรือคอยล์ร้อนเพื่อระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นและควบแน่นให้สารทำความเย็นในสถานะที่เป็นไอเปลี่ยนกลับมาเป็นของเหลวอีกครั้งซึ่งก่อนส่งต่อไปที่ Expansion Valve วาล์วลดความดันเพื่อลดความดันของสารทำความเย็นให้ต่ำลง เพื่อให้สารทำความเย็นดดังกล่าวพร้อมที่จะระเหยตัวที่อุณหภูมิต่ำ ณ อุปกรณ์ ถัดไปซึ่งก็คือคอยล์เย็นและจะวนการทำงานไปแบบนี้เรื่อยๆ ตามวัฏจักรทำความเย็นแบบอัดไอ สารทำความเย็นในระบบทำความเย็น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง  สารทำความเย็นที่ใช้ทั่วไปสามารถแบ่งตามคุณสมบัติทางเคมีได้ 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ สารกลุ่ม CFC (Chlorofluorocarbon) มีส่วนประกอบของ คลอรีน   ฟลูออรีนและคาร์บอน สารทำความเย็นที่อยู่ในกลุ่มนี้ เช่น R11, R12 มีความปลอดภัย และไม่เป็นพิษแต่การที่กลุ่มสาร CFC มีคลอรีน เมื่อเกิดการรั่วไหลจะมีผลกับการไปลด โอโซน ในบรรยากาศ

น้ำยาแอร์ที่ใช้กับรถห้องเย็นมีอะไรบ้าง

น้ำยาแอร์ที่ใช้กับรถห้องเย็นมีอะไรบ้าง ปัจจุบันนี้รถยนต์ตามท้องถนนในประเทศมีอยู่มากมายหลายชนิดแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน จะมีทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์โดยสาร รถยนต์บรรทุก รถพ่วง รถตู้ รวมทั้งรถกระบะที่ใช้ในการขนส่งสินค้า เป็นต้น ในที่นี้มาดูกันว่าในส่วนขอรถห้องเย็นที่มีการใช้งานนั้น ใช้น้ำยาแอร์ชนิดไหนบ้างและใช้ในปริมาณเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกรถกะบะ รถตู้ รถบรรทุกต่างๆที่มีการต่อเติมดัดแปลงเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการจัดเก็บสินค้าที่ต้องอยู่ในอุณหภูมิความเย็นคงที่ เพื่อจัดส่งสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วตามเป้าหมายที่กำหนด รถห้องเย็นนั้นส่วนมากแล้วจะเป็นรถที่เอาไว้จัดส่งสินค้าซึ่งจะต้องรักษาอุณหภูมิความเย็นให้คงที่ เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสด และสภาพคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงในระหว่างการขนส่ง อย่างเช่นสินค้าจำพวก อาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็น ผัก ผลไม้ อาหารซีฟู้ด เครื่องดื่ม นมสด ยารักษาโรค เป็นต้น และน้ำยาแอร์ที่ใช้ส่วนมากหลักๆคือ น้ำยา R134a  , R404A และR507 ซึ่งแยกได้ดังนี้ R134a เป็นสารทำความเย็นเชิงเดี่ยว มีค่าแรงดัน ที่อุณหภูมิ 30C◦ อยู่ที่ 100-110 Psi จุดเดือดอยู่ที่ -26 C◦   ใช้ในรถห้องเย็น รวมถึงห้องโดยสารด้านหน้าด้วย สามารถทำอุณหภูมิติดลบ แต่จะไม่เย็นจัด ในปัจจุบันมีการใช้ R404AและR507แทน   ถ้าเกิดการรั่วหรือน้ำยาแอร์ในระบบขาดสามารถเติมเพิ่มได้เลย

ก่อนติดตั้งระบบ ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

ก่อนติดตั้งระบบ ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ในประเทศไทย มีสภาพภูมิอากาศที่มีความร้อน ยิ่งในปัจจุบันอากาศร้อนมาก ธุรกิจต่างๆก็อาจได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย โดยในที่นี้ จะมาพูดถึงการดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับระบบ ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในการรักษาคุณภาพและยืดอายุของสด อย่างเช่น เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ผัก ผักไม้ รวมถึงสินค้าประเภทดอกไม้ เจ้าของธุรกิจจึงควรพิจารณาสร้าง ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง สำหรับเก็บสินค้า โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสินค้านั้น ๆซึ่ง ประเภทของห้องเย็น ถูกแบ่งออกดังนี้ ห้องแช่แข็งลดอุณหภูมิสินค้าด้วยลม(Air Blast Freezer Room) ห้องแช่แข็งเก็บรักษาสินค้า(Cold Storage Room หรือ Freezer Room) ห้องแช่เย็นลดอุณหภูมิสินค้าด้วยลม(Air Blast Chill Room) ห้องเย็นพักสินค้า(Anti Room) ห้องแช่เย็น(Chilled Room) ซึ่งหากจะเลือกใช้ ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง ประเภทไหน ควรขึ้นอยู่กับความต้องการนำไปใช้งานด้วยเช่นกัน เลือกติดตั้งกับผู้ที่เชี่ยวชาญ ระบบ ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง การตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการติดตั้ง ระบบ ห้องเย็น ห้องแช่แข็งควรพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญ

การเลือกใช้สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์

การเลือกใช้สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ ในปัจจุบันมีมากมายในตอนนี้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดอุณภูมิไม่ว่าจะเป็น การทำความเย็น การเก็บรักษาคุณภาพของอาหาร ช่วยยับยั้งหรือชะลอการเสื่อมของวัตถุดิบ สินค้า จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพ หลักการของการทำความเย็น เกิดขึ้นได้จากการกำจัดความร้อนส่วนเกิน โดยใช้ สารทำความเย็น (Refrigerant) เป็นตัวกลางในการทำความเย็นที่สามารถเปลี่ยนสถานะ ด้วยการให้ความร้อนแฝงเข้ามาช่วยจากอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบทำความเย็น เพื่อให้เข้าใจถึงระบบการทำความเย็น การลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่าอุณภูมิห้องนั้น จำเป็นต้องกำจัดความร้อนและป้องกันความร้อนที่จะเกิดขึ้น อัตราในการกำจัดความร้อนออกจากระบบเพื่อให้อุณภูมิลดลงตามที่ต้องการ เรียกว่า “ โหลดของการทำความเย็น” ซึ่งเป็นตัวกำหนดขนาดของระบบทำความเย็น ในปัจจุบัน สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์หลายชนิดที่นิยมใช้ในระบบการทำความเย็นแบบอัดไอ การเลือกสารทำความเย็น ขึ้นอยู่กับอุณภูมิทีต้องการ ลักษณะการทำงานและความเหมาะสมกับระบบ ลักษณะสำคัญของสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ ให้พิจารณาเลือกใช้ดังนี้ ความดันที่ควบแน่น ถ้ามีค่าสูงมากเกินไป ก็จะมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ในการติดตั้งคอนเดนเซอร์และท่อ อุณหภูมิวิกฤตควรมีค่าสูง หากมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤตไอของสารทําความเย็น น้ำยาทำความเย็นจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับเป็นของเหลวได้ โดยเฉพาะในการใช้งานด้านคอนเดนเซอร์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศนั้น อุณหภูมิวิกฤต ไม่เป็นพิษ ไม่ติดไฟง่าย มีระดับความปลอดภัยอยู่ที่ ระดับ A1 หรือหากจำเป็นต้องใช้สารทำความเย็นที่มีพิษ หรือสามารถติดไฟได้ตั้งแต่ A2L ขึ้นไป ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการใช้งานอย่างเคร่งครัด ไม่ควรมีฤทธิ์กัดกร่อนวัสดุในระบบทําความเย็น ราคาเหมาะสมกับต้นทุน และประสิทธิภาพ โดยตั้งอยู่บนมาตรฐาน