น้ำยาในกลุ่ม HFCs จะถูกแบนแล้วหรือ?

น้ำยาในกลุ่ม HFCs จะถูกแบนแล้วหรือ? เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ระบบทำความเย็น เกือบทั้งหมดซึ่งต้องใช้สารทำความเย็น หรือที่เรียกว่า น้ำยาแอร์ (Refrigerants) สารทำความเย็นที่ถูกใช้ในปัจจุบันจะเป็นประเภทสาร HFCs เช่น R32 ,R410A,R134a เป็นต้น เพื่อจะมาทดแทนสารทำความเย็นประเภท HCFCs อย่างน้ำยา R22 ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ถูกลดเลิกในการผลิตแล้ว สารทำความเย็น HFCs ถึงจะเป็นสารที่มีศักยภาพในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนต่ำ (OPD) แต่เป็นสารที่มีศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสภาวะเรือนกระจกที่สูง (GWP)  ในการประชุมของประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารมอนทรีออล ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2016 ที่ กรุงคิกาลี (Kigali) และได้มีข้อตกลงร่วมกัน ที่เรียกว่า Kigali Amendment ในการลดปริมาณการใช้ และการผลิต สารทำความเย็นประเภท HFCs ลดลงอีก 85% ของปริมาณการใช้ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีแผนการลดการใช้สารเหล่านี้ กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เกือบทั้งหมดจะเริ่มมีการควบคุมปริมาณอย่างต่ำ 10% ในปี ค.ศ. 2019 เป้าหมายที่จะให้ลดลง 85% ในปี

หันมากู้โลกของเรากันเถอะ ทำความรู้จักน้ำยาแอร์ตัวไหนบ้างที่ช่วยลดโลกร้อน

หันมากู้โลกของเรากันเถอะ ทำความรู้จักน้ำยาแอร์ตัวไหนบ้างที่ช่วยลดโลกร้อน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศนั้น  ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของก๊าซในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดภาวะที่โลกร้อนขึ้น การที่โลกร้อนขึ้นเพราะว่ามนุษย์เราเป็นต้นเหตุโดยเฉพาะการใช้พลังงานที่มากขึ้นเนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ  และอีกหลายสิ่งหลาย  ซึ่งน้ำยาแอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ในการทำให้โลกร้อนขึ้น น้ำยาแอร์ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเย็นของระบบทำความเย็น ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทตามการใช้งานที่เหมาะสม โดยในอดีต น้ำยาแอร์หรือสารทำความเย็นมีความคงตัวสูงและมีประสิทธิภาพต่ออุปกรณ์ทำความเย็นค่อนข้างสูง แต่ส่งผลเสียต่อ สภาพแวดล้อม ปัจจุบันนี้มีหลายพื้นที่ ที่ใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอนาคตของเครื่องปรับอากาศ การใช้สารทำความเย็นจะต้องไม่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน ปกติสารทำความเย็นจะเป็นสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศและมีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential : GWP ) สูง จากเดิมเครื่องปรับอากาศส่วนมากจะใช้น้ำยา R22  ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ทำลายชั้นบรรยากาศ และทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง กฎหมายจึงกำหนดให้เลิกผลิตในปี พ.ศ. 2560 น้ำยาแอร์ที่ช่วยลดโลกร้อนมีดังนี้ น้ำยาแอร์ R32 เป็นสารประกอบเดียว ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (OPD=0) และก่อให้เกิดค่าสภาวะเรือนกระจกที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำยาแอร์ตัวอื่น ใช้แทนน้ำยาแอร์ R22 ใช้ในส่วนของเครื่องปรับอากาศภายในบ้านเรือนและอาคารทั่วไปแต่มีข้อเสียตรงที่ตัวน้ำยามีคุณสมบัติติดไฟ แต่ติดไฟในระดับเล็กน้อย น้ำยาแอร์ R1234yf เป็นน้ำยาแอร์ที่ใช้ในรถยนต์ตัวใหม่ เกิดจากการพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทน R134a ที่มีค่า GWP

มารู้จัก Kigali Amendment คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

มารู้จัก Kigali Amendment คืออะไร และสำคัญอย่างไร? ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนาน สาเหตุหลักเกิดจากการกระทำของมนุษย์ มนุษย์ได้ทำลายทรัพย์พยากรธรรมชาติไปเป็นจำนวนมาก สารเคมีที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ผลิตสิ่งต่าง ๆ ก็มีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน สารเคมีที่จะกล่าวถึงในที่นี้ คือ สารเคมีจำพวกน้ำยาทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์ สารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และสภาวะเรือนกระจก นานาชาติจึงตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้มีการทำข้อตกลงเพื่อจุดประสงค์ในการลด ละ เลิกการใช้สารเคมีจำพวกสารทำความเย็น ภายใต้ชื่อ พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2530 มีประเทศที่ให้สัตยาบันภายใต้พิธีสารนี้รวม 197 ประเทศ และประเทศไทยก็เป็น 1 ในนั้นโดยให้สัตยาบันเข้าร่วมในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2532 โดยพิธีสารมอนทรีออลได้มีการประชุมมาแล้วหลายครั้งเพื่อเป็นการประเมินและติดตามผลว่าแต่ละประเทศได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไร ควรปรับหรือแก้ไขข้อตกลงตรงจุดใดบ้าง ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 พิธีสารนี้ได้ทบทวนมา 8 ครั้งโดยครั้งล่าสุดได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ณ กรุงคิกาลี จึงใช้ชื่อว่า พิธีสารฉบับแก้ไขคิกาลี (Kigali Amendment) ในเนื้อหาสาระจะเป็นการลด

น้ำยาแอร์ตัวไหนใช้ในชิลเลอร์

น้ำยาแอร์ตัวไหนใช้ในชิลเลอร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบชิลเลอร์ หรือ เครื่องทำความเย็นที่มีขนาดใหญ่ และเล็กหรือเรียกว่า มินิชิลเลอร์ ได้มีการพัฒนาจากเดิมขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งมีหน้าที่  ผลิตความเย็นปรับลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำเป็นตัวหลัก ในการถ่ายเทความเย็น จากตัวเครื่องชิลเลอร์ ส่งไปยังเครื่องปรับอากาศที่อยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล อาคาร เป็นต้น จำเป็นต้องติดตั้งระบบชิลเลอร์เพื่อให้ผู้มาใช้บริการ หรือคนทำงานมีอากาศที่เย็นสบาย การติดตั้งระบบชิลเลอร์จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการติดตั้งเช่นพื้นที่ในการติดตั้งเพราะเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนจึงต้องวางแผนในการติดตั้งให้ดีก่อน เรามาทำความรู้จักว่า น้ำยาแอร์ตัวไหน ใช้ในชิลเลอร์บ้าง – น้ำยาแอร์ R22 เป็นสารประกอบเดียว ใช้สำหรับระบบเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันภายในอาคารบ้านเรือน อุตสาหกรรมแช่เย็น และระบบชิลเลอร์ ถ้าเกิดการรั่วหรือน้ำยาแอร์ในระบบขาด สามารถเติมได้เลย คุณสมบัติของน้ำยาแอร์ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และเป็นสารที่ไม่ติดไฟ ปัจจุบันรัฐบาล เริ่มมีการ ลด ละ เลิก R 22 และ จะมี R 407C เข้ามาแทน โดยเป็นสารผสมระหว่าง ( R134a , R125 ,

R32 vs R410A เลือกใช้ตัวไหนดี?

R32 vs R410A เลือกใช้ตัวไหนดี? ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ภูมิอากาศของประเทศมีลักษณะเป็นแบบร้อนชื้น ทำให้อากาศร้อนแทบทั้งปี เครื่องปรับอากาศ จึงมีความสำคัญกับของคนไทยมากขึ้น จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้เกิดความสุขสบายในการดำรงชีวิต เครื่องปรับอากาสที่ใช้ตามบ้านจะใช้น้ำยาแอร์หลักๆ 2 ชนิด คือ R32 และ R410A คุณสมบัติ และ ความแตกต่างของ น้ำยาแอร์ R 32 และ R 410A มีดังต่อไปนี้ 1.น้ำยาแอร์ R32 เป็นสารประกอบเดียว ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (ODP=0) และก่อให้เกิดค่าสภาวะเรือนกระจกน้อยที่สุด เหมือนเทียบกับน้ำยาแอร์ตัวอื่น ใช้แทน R22 ในส่วนของเครื่องปรับอากาศ ภายในอาคาร บ้านเรือน แต่มีข้อเสีย คือ ตัวน้ำยาแอร์ติดไฟในระดับเล็กน้อย และมีแรงดันที่สูง การเติมน้ำยาข้าระบบและอุปกรณ์อะไหล่ของ R32 คือ การเติมน้ำยาเข้าระบบ R32 สามารถเติมเพิ่มได้เลย สำหรับเครื่องมือ อะไหล่ และอุปกรณ์ R32 และ

หน้าร้อนมาแล้ว! เคล็ดลับที่จะให้เครื่องปรับอากาศไม่พังเร็วในช่วงหน้าร้อน 

หน้าร้อนมาแล้ว! เคล็ดลับที่จะให้เครื่องปรับอากาศไม่พังเร็วในช่วงหน้าร้อน  เดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี ประเทศไทยจะเข้าสู่หน้าร้อน สภาพอากาศก็จะร้อนขึ้นทุกๆปี สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่คิดถึง คือ เครื่องปรับอากาศหรือที่เรียกว่า แอร์ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันกันมากขึ้น คำว่า “แอร์” เราจะนึกถึงความเย็น เพราะจะทำให้เราสบายตัว ไม่ร้อน และสิ่งที่ตามมาจากการเปิดแอร์เป็นเวลานานๆ ก็คือ ค่าไฟฟ้าจะสูงขึ้นและเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ ก็จะพังเร็วขึ้นถ้าเราไม่รู้จักวิธีการบำรุงรักษา และรู้จักเคล็ดลับที่จะให้เครื่องปรับอากาศไม่พังเร็ว เคล็ดลับที่จะให้เครื่องปรับอากาศไม่พังเร็วในช่วงหน้าร้อน มีดังนี้ งดพฤติกรรม การเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด ที่หลายคนคิดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า  แต่จริงๆแล้ว การเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ นั้น จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก เพราะต้องเริ่มทำความเย็นใหม่ ทุกครั้งเมื่อเปิดใช้งานและยังทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอีกด้วย ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรปิดประตูหรือหน้าต่างให้สนิท หากปิดไม่สนิท จะทำให้ความร้อนเข้ามาในห้องได้ คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก จะทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น 3.หลีกเลี่ยงการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน เข้าไปในห้องขณะที่เครื่องปรับอากาศทำงาน เช่น หม้อสุกี้ กาน้ำร้อน เป็นต้น เพราะความร้อนที่ระเหยออกมา จะทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้น คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก ทำให้เครื่องปรับอากาศพังเร็วและสิ้นเปลืองค่าไฟด้วย 4.หมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (ฟิลเตอร์) ทุกอาทิตย์ และควรล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ปีละ 2

สงสัยหรือไม่ แอร์ที่เปิดในห้างใช้แอร์แบบไหน และมีหลักการทำงานอย่างไร?

สงสัยหรือไม่ แอร์ที่เปิดในห้างใช้แอร์แบบไหน และมีหลักการทำงานอย่างไร ? สังคมไทยในปัจจุบัน มีการเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการในห้างสรรพสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ หันมาเดินห้างกันเยอะ เพราะในห้างเดินแล้วไม่เหนื่อยมีอากาศที่เย็นสบาย แน่นอนว่าระบบแอร์ในห้างคงไม่ใช่ระบบแอร์ที่ใช้กันตามบ้านพักอาศัย วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ ระบบปรับอากาศอีกประเภทหนึ่งที่นิยมใช้ในห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ คือ ระบบชิลเลอร์ ระบบชิลเลอร์ คือ เครื่องทำความเย็นที่มีขนาดใหญ่ ที่มีหน้าที่ในการผลิตความเย็น ปรับลดอุณหภูมิ โดยใช้น้ำเป็นตัวหลักในการแลกเปลี่ยน หรือการถ่ายเทความเย็นจากตัวเครื่องชิลเลอร์ ส่งไปยังเครื่องปรับอากาศในส่วนพื้นที่ต่างๆและยังเป็นระบบปรับอากาศมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานไฟฟ้า และควบคุมงบประมาณหรือต้นทุนได้เป็นอย่างดี ระบบชิลเลอร์มีหลักการทำงาน คือ การควบคุมอุณหภูมิด้วยตัวกลางเช่น น้ำ หรือลมอากาศ โดยใช้การแลกเปลี่ยนเป็นสถานะของสารทำความเย็น และนำความเย็นจากการแลกเปลี่ยนสถานะนั้นไปใช้งาน สามารถ แบ่งเป็น 2 ระบบ ดังนี้ ระบบการระบายความร้อนด้วยน้ำ จะอาศัยน้ำเข้าไปใช้งานในระบบ โดยการนำเอาน้ำมาลดอุณหภูมิลง แล้วก็นำเอาน้ำจากท่อน้ำมาใช้งานภายในพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งในพื้นที่นี้ ก็จะเหมือนเป็นตู้แอร์ มาวางตามจุดต่างๆ น้ำที่ผ่านมาก็จะผ่านเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วปกติ มาผ่านคอยล์เย็น และก็จะมีโบเวอร์ทำหน้าที่ดูดลมเข้า และเป่าลมออก จะมีปล่องนำลมออกไปใช้งานในจุดต่างๆ จะทำให้เกิดความเย็นขึ้นในพื้นที่นั้นๆ เมื่อน้ำยาแอร์ซับความร้อนจากห้องนั้นมา จะกลายสภาพเป็นไอที่มีความดันต่ำก็จะระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยการนำระบบคูลลิ่งเข้ามาช่วย เมื่อน้ำออกจากท่อที่ผ่านการใช้งานแล้ว ก็จะวนมาที่คอยล์เย็นเช่นเดิม

5 สาเหตุที่ทำให้ให้แอร์บ้านพังไว

5 สาเหตุที่ทำให้ให้แอร์บ้านพังไว ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นิยมใช้ในทุกครัวเรือน เพราะอากาศทุกวันนี้ร้อนขึ้น จึงทำให้คนเราหันมาใช้แอร์ในเกือบทุกบ้าน เพื่อคลายร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน ถ้าเราอยากให้เครื่องปรับอากาศใช้งานได้ยาวนาน ไม่พังไวเกินไป เราควรรู้สาเหตุที่ทำให้แอร์พังไว และวิธีการดูแลรักษาเพื่อที่เครื่องปรับอากาศจะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ สาเหตุที่ทำให้แอร์พังไว มีดังนี้ 1.การไม่ล้างแอร์เป็นเวลานานๆ ถ้าแอร์บ้านสกปรก สังเกตุจาก แอร์ที่เป่าลมออกมาและคอมเพรสเซอร์ก็ทำงานปกติ ให้สันนิษฐานว่า ต้องทำการล้างแอร์ ซึ่งความถี่ในการล้าง ควรปีละ 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ และหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (ฟิลเตอร์) ทุกอาทิตย์ โดยการดึงแผ่นกรองออกมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า และตากทิ้งไว้ให้แห้งและนำมาใส่เข้าปกติ การเปิดประตูหรือหน้าต่างขณะแอร์ทำงาน การเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้ ขณะที่แอร์ทำงาน จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักเกินไป เพราะอากาศภายในห้อง มีขนาดใหญ่ กว่าคอมเพรสเซอร์จะทำงาน เพื่อควบคุมอุณหภูมิห้องได้ ต้องใช้เวลานาน เครื่องจะทำงานหนักเกินไป ควรปิดประตูหรือหน้าต่างให้สนิทในขณะที่เปิดแอร์ การเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ จะทำให้ระบบการทำงานของไฟ จะกระชาก ทำให้สวิตช์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง การปิดรีโมทก็สำคัญ ควรปิดที่รีโมทก่อน รอให้หน้ากากเครื่องปรับอากาศพับสนิท แล้วค่อยปิดที่เบรกเกอร์ การปรับอุณหภูมิต่ำจนเกินไป การปรับอุณหภูมิห้อง ควรตั้งอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

แนวโน้มราคา R134a ในช่วงหน้าร้อน

แนวโน้มราคา R134a ในช่วงหน้าร้อน เมื่อกล่าวถึงระบบของแอร์รถยนต์แล้วสิ่งสำคัญที่สุดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือน้ำยาทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์ R134a ในตลาดมีการจัดจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ หลายขนาดถ้ามองจากภายนอกแล้วจะไม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนอกจากเมื่อได้ใช้งานไปแล้วถึงสามารถเห็นถึงความแตกต่างได้บ้าง ทั้งในเรื่องระดับความเย็น (เย็นชืด หรือ เย็นฉ่ำ) และคุณภาพของถังและหัววาล์ว ดังนั้น เรื่องของราคาสินค้า จึงเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อปัจจัยหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่มีอัตราความต้องการใช้ค่อนข้างสูง เพราะอากาศที่ร้อนทำให้ระบบแอร์ภายในรถยนต์มีการทำงานที่หนักขึ้นอาจทำให้เกิดการเสียหายหรือการซ่อมก็เป็นได้ จึงทำให้มีการซื้อการขายน้ำยาแอร์เป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งต่างจากหน้าหนาวหรือหน้าฝนซึ่งการใช้ระบบแอร์รถยนต์ในอุณหภูมิที่ต่ำระบบแอร์จึงทำงานไม่หนักมาก จึงไม่ค่อยเกิดการเสียหายหรือการซ่อมของระบบแอร์ สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำยาแอร์มีการปรับขึ้น-ลง มีดังนี้ 1.ฤดูกาล อุณหภูมิของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันมาก จึงทำให้การใช้น้ำยาแอร์มีการแตกต่างกัน ส่วนในพื้นที่เขตร้อนก็จะมีปริมาณการใช้น้ำยาแอร์เป็นจำนวนมาก ก็เข้าสู่อุปสงค์และอุปทาน ทำให้ราคาน้ำยาแอร์มีการปรับขึ้น-ปรับลง 2.ค่าเงินบาทในส่วนของน้ำยาแอร์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการนำเข้าดังนั้นการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจึงเป็นส่วนหนึ่งของความผันแปรของราคาน้ำยาแอร์ด้วย 3.ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้า เช่น ค่าภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายนี้จะทำให้มีผลกระทบต่อราคาน้ำยาแอร์ของแต่ละครั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ ณ.เวลาของการนำเข้าสินค้า ณ.ตอนนั้น 4.สภาวะเศรษฐกิจ และ โรคภัยต่างๆ ที่ทำให้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้น้ำยาแอร์ และการผลิต เช่น โรคระบาด Covid-19 ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานั้นทำให้เศรษฐกิจนั้นแย่ลงอย่างเห็นได้ ทำให้ปริมาณการใช้น้ำยาแอร์น้อยลงราคาสินค้าจึงถูกลงตามไป ดังนั้นแนวโน้มราคาน้ำยาในR134a ในช่วงหน้าร้อนจะมีราคาที่สูงมากกว่าปกติ แต่ราคาจะเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะสูงเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น

ข้อดีและคุณสมบัติของน้ำยาแอร์ R134a

ข้อดีและคุณสมบัติของน้ำยาแอร์ R134a น้ำยาแอร์ R-134a เป็นที่รู้จัก และใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบแอร์รถยนต์ นอกจากนั้นยังเป็นน้ำยาแอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ที่ทำอุณหภูมิปานกลางและสูง คุณสมบัติของน้ำยาแอร์ R-134a เป็นสารทำความเย็นที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำยาแอร์ชนิดอื่นเลยจะมีค่าของน้ำยาแอร์  R-134a ( 100% ) ค่ามวลโมเลกุล (g/mol) : 102.03 ค่าระดับการทำลายโอโซนของสารทำความเย็น (ODP) เป็น 0 ในขณะที่ค่า GWP มีค่า 1430 จะมีแรงดัน ณ.อุณหภูมิ 30 องศา จะเท่ากับ 100-110 Psi จุดเดือด 26 องศา ประเภทของน้ำมันคอมเพรสเซอร์ที่แนะนำ ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ POE หรือ PAG ซึ่งน้ำมันR-134a เป็นสารประเภท HFC ที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศน้อยมีความคล้ายคลึงกับน้ำยา R-22มาก คุณสมบัติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟแต่ไม่ควรให้สารหรือแก๊ส โดนหรือสัมผัสกับร่างกายหรือผิวหนังเพราะอาจจะทำให้เกิดการไหม้ได้  หาซื้อได้ง่าย มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในการใช้งาน