Category Archives: น้ำยาแอร์บ้าน

ส่วนประกอบของสารทำความเย็นมีอะไรบ้าง

ส่วนประกอบของสารทำความเย็นมีอะไรบ้าง สารทำความเย็น ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “น้ำยาแอร์ เป็นสารประกอบทางเคมีที่ใช้ในระบบทำความเย็นและปรับอากาศ เป็นตัวกลางที่ทำหน้าที่รับ ดูดซับ และถ่ายเทความร้อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยส่วนผสมหรือส่วนประกอบในสารทำความเย็นอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสูตรเฉพาะและประเภทของสารทำความเย็น การใช้งาน ความต้องการของระบบ และมาตรฐานด้านกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ  ส่วนประกอบหลักที่พบในถังสารทำความเย็นมีดังต่อไปนี้ สารทำความเย็น สารหลักของถังสารทำความเย็นคือสารทำความเย็น ที่เป็นส่วนประกอบของเคมีพื้นฐาน ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในรูปของเหลวหรือก๊าซภายใต้ความดัน สารทำความเย็นเป็นสารประกอบทางเคมีที่ต้องผ่านการเปลี่ยนเฟส เพื่อดูดซับและปล่อยความร้อนระหว่างวงจรการทำความเย็น  สารทำความเย็นหลายชนิดได้รับการผสมสูตรจากสารประกอบเคมีหลายชนิดเพื่อให้ได้คุณสมบัติทางอุณหพลศาสตร์และคุณลักษณะด้านประสิทธิภาพที่ต้องการ ความบริสุทธิ์ สารทำความเย็นที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพตามความต้องการ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความเสถียรของสารทำความเย็น จำเป็นต้องมีคุณสมบัติค่าความบริสุทธิ์สูง โดยผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์เพื่อขจัดสิ่งเจือปนและสิ่งปนเปื้อน เช่น – การกลั่น เพื่อแยกส่วนประกอบต่างๆ และขจัดสิ่งสกปรก – การกรอง เพื่อขจัดอนุภาคของแข็งและสิ่งปนเปื้อน – การบำบัดด้วยสารเคมี   เพื่อทำให้กรดเป็นกลาง ขจัดความชื้น หรือทำให้สารทำความเย็นคงตัว สารเติมแต่ง สารทำความเย็นบางชนิดอาจมีสารเติมแต่งหรือสารเพิ่มความคงตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงการหล่อลื่น ป้องกันการสลายตัวของสารเคมี หรือตอบสนองข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ สารเติมแต่งอาจรวมถึงสารยับยั้งการกัดกร่อน สารเพิ่มความคงตัว สารเพิ่มประสิทธิภาพการนำความร้อน สารขับดัน (ผลิตภัณฑ์สเปรย์) สารหล่อลื่น สีย้อมสำหรับตรวจจับการรั่วไหล และสารแต่งกลิ่นเพื่อให้ตรวจจับกลิ่นได้ในกรณีที่เกิดการรั่วไหล ความดัน

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดห้องและประหยัดไฟ

          การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดห้องและประหยัดไฟ เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้เหมาะกับขนาดห้องและช่วยประหยัดไฟ เนื่องจากประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนที่สุด! แม้จะมีพายุฝนให้พอชุ่มฉ่ำ แต่ก็ยังหนีไม่พ้นแสงแดดอุ่นๆ ซึ่งไอเทมสุดคูลที่ช่วยกู้สภาพอากาศให้ดีขึ้นได้ จึงหนีไม่พ้นการเลือกแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ ซึ่งปัจจุบันแทบจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกบ้านต้องมี ยิ่งร้อนยิ่งเร่งเครื่องปรับอากาศจนเป็นการเร่งค่าไฟทางอ้อมและอาจทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากจนเกินไป แต่เราสามารถลดปัญหาต่างๆ เหล่านี้โดยการเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับขนาดห้อง             1. เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง มีการทำงานแบบหลายฟังก์ชัน ทั้งโหมดประหยัดไฟ กรองฝุ่น หรือในบางยี่ห้อบางรุ่นที่สามารถกรองได้แม้กระทั่งฝุ่น PM2.5 อีกทั้งเครื่องปรับอากาศติดผนังส่วนใหญ่จะมีขนาดที่ค่อนข้างกะทัดรัด ออกแบบสวยงาม จึงเหมาะสมกับบ้านและคอนโด             2. เครื่องปรับอากาศแบบแขวนเพดาน เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเพราะฟังก์ชันการทำงานที่มีความเหมือนกับเครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง แต่สามารถกระจายความเย็นได้ทั่วถึงและเร็วกว่า การติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแขวนเพดานจึงเหมาะกับห้องขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เยอะอย่างห้องประชุม หรืออาคารสำนักงาน เครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้น เป็นเครื่องปรับอากาศที่วางอยู่บนพื้นห้อง  จุดเด่นของเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้น คือสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับห้องที่มีความสูงจากพื้นถึงเพดานแบบพอดี ไม่เหมาะกับห้องกว้างและเพดานสูง เพราะจะทำให้ได้รับความเย็นไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้นก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในปัจจุบัน เนื่องจากต้องอาศัยพื้นที่ในการจัดวางนั่นเอง เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้าเพดาน ข้อดีหลักๆ ของการเลือกแอร์ประเภทนี้ คือช่วยประหยัดพื้นที่ สามารถกระจายความเย็นได้ทั่วถึงทุกทิศทาง บวกกับดีไซน์ที่สวยงามกลมกลืนไปกับห้อง หรือฝ้าเพดาน จึงเหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการล้างแอร์บ้าน

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการล้างแอร์บ้าน    แอร์บ้านเป็นอุปกรณ์ทำความเย็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้น การใช้งานแอร์อย่างสม่ำเสมาอและต่อเนื่อง ย่อมทำให้เกิดฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารตกค้างต่างๆ เกาะติดบริเวณคอยล์เย็นแลคอยล์ร้อน ในการล้างแอร์บ้านเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยในการขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เกาะติดอยู่ภายในแอร์ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น และอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมาย เช่น แอร์มีกลิ่นเหม็น แอร์มีเสียงดัง แอร์ไม่เย็นเป็นต้น การล้างแอร์บ้านมี 2 วิธีหลักๆได้แก่ การล้างแอร์แบบถอดล้างและการล้างแอร์แบบไม่ถอดล้าง การล้างแอร์แบบถอดล้าง  เป็นวิธีการล้างแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยข่างจะถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของแอร์ออกมาล้างทำความสะอาดอย่างละเอียด ทั้งคอยล์เย็น คอยล์ร้อน แผงคอยล์ร้อน ถาดน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง การล้างแอร์แบบไม่ถอดล้าง  เป็นวิธีการล้างแอร์ที่สะดวกและรวมเร็วกว่าการล้างแอร์แบบถอดล้าง โดยช่างจะใช้น้ำยาล้างแอร์ฉีดเข้าไปทำความสะอาดภายในเครื่องแอร์โดยไม่ถอดชิ้นส่วนใดๆออก                 ข้อควรระวังในการล้างแอร์บ้าน ควรปิดเบรกเกอร์ไฟฟ้าก่อนทำการล้างแอร์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกช่างล้างแอร์ที่มีประสบการณ์และมีความน่าเชื่อถือ . ควรตรวจสอบอุกกรณ์ต่างๆ ของแอร์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก่อนการล้าง                 คำแนะนำในการเลือกช่างล้างแอร์ที่ดี ควรเลือกช่างล้างแอร์ที่มีประสบการณ์และมีความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการล้างแอร์ ควรตรวจสอบใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับประกันการล้างแอร์ทุกครั้ง                 ประโยชน์ของการล้างแอร์บ้าน  ช่วยกำจัดฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารตกค้างต่างๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

แนะการใช้เครื่องปรับอากาศที่ถูกต้อง

แนะการใช้เครื่องปรับอากาศที่ถูกต้อง                 แอร์เป็นเครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นได้ทั่วทั้งบริเวณบ้าน แต่ก็ต้องแลกมากับค่าไฟที่สูงตามมาด้วย แต่หลายๆคนไม่ค่อยคำนึงถึงค่าไฟสักเท่าไหร่ เพราะแค่คิดว่าอยากเย็นสบายแค่นั้นก็พอ แต่หากเราลองใส่ใจดูสักนิด เราจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายปีในการประหยัดค่าไฟได้มากซึ่งทางเรามีวิธีการใช้เครื่องปรับอากาศที่ถูกต้องตามวิธีดังนี้ ล้างเครื่องปรับอากาศปีละ 2 ครั้ง ควรมีการถอดล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญงาน เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้                2. กันร้อนให้คอมเพรสเซอร์ ควรวางคอมเพรสเซอร์ไว้ในร่มและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งการตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ควรตั้งห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 15-20 %เจ้า ทั้งนี้การที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายนอก โดยนำคอมเพรสเซอร์ไปวางไว้ในที่ๆ ไม่เหมาะสม เช่นวางบนดาดฟ้า วางบนพื้นซีเมนต์กลางแดด หรือวางในที่ลมถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักซึ่งจะลดทอนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศลดลง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่าย                3. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-28 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตัวเล็กๆ ให้มีลมพัดผ่านร่างกาย ก็สามารถรู้สึกเย็นได้และจะประหยัดไฟได้ถึง 10-30% 4. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง หากต้องการให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยห้ามนำของที่มีความชื้นเข้าไปไว้ในห้อง เช่นกระถางต้นไม้ การตากผ้า ซึ่งในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศนั้นมีแค่ 30 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 70 % เป็นการใช้เพื่อทำให้อากาศในห้องนั้นแห้งลง 5. หลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว

เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์กับเครื่องปรับอากาศธรรมดา ต่างกันยังไง ระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter

 เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์กับเครื่องปรับอากาศธรรมดา ต่างกันยังไงระบบอินเวอร์เตอร์ Inverter ระบบอินเวอร์เตอร์ คือ ระบบการควบคุมการทำงานของคอมเพรสเซอร์ในเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยวงจรคอนเวอร์เตอร์ (Converter Circuit) จะแปลงไฟจากกระแสสลับ (AC) ให้เป็นไฟกระแสตรง จากนั้นจะผ่านวงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter Circuit) ที่เปลี่ยนจากไฟกระแสสลับให้เป็นกระแสตรง ทำให้สามารถปรับแรงดันและความถี่ได้ โดยทั้งสองระบบนี้จะถูกควบคุมโดยวงจรควบคุมให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จากนั้นจะทำการหมุนรอบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ สำหรับเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ เมื่อเปิดสวิตช์ คอมเพรสเซอร์จะทำงานและค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงจนถึงระดับที่ตั้งเอาไว้ จากนั้นจะมีการปรับรอบให้ช้าลง เพื่อให้อุณหภูมิภายในห้องคงที่อย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่ตัดรอบการทำงาน เมื่ออุณหภูมิสูงกว่าที่ตั้งไว้ประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส ก็จะเพิ่มความเร็วของรอบในการหมุน ทำให้การทำงานของเครื่องปรับอากาศมีความต่อเนื่อง ซึ่งสามารถประหยัดไฟได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศทั่วไป เนื่องจากการทำงานของอินเวอร์เตอร์คือการลดรอบการทำงาน เมื่อมีข้อดีและก็ต้องมีข้อเสียเช่นกัน ก็คือราคาเครื่องแพงกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศทั่วไป แผงวงจรด้านในมีความซับซ้อนกว่ามาก ทำให้เวลาเครื่องมีปัญหาต้องซ่อม หรือบำรุงจึงมีค่าใช้จ่ายที่แพงตามไปด้วย             นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์ยังเหมาะกับการติดตั้งในห้องนอน เนื่องจากเป็นระบบของเครื่องปรับอากาศมีความเย็นที่คงที่ จึงช่วยรักษาอุณหภูมิให้เย็นสบายตลอดทั้งคืน หากคุณเป็นคนที่เปิดเครื่องปรับอากาศทุกวัน หรือเปิดแอร์ทั้งวัน เพื่อสู้กับอากาศร้อนภายนอก ระบบอินเวอร์เตอร์เป็นระบบที่เหมาะสมกับคุณ เพราะแม้ว่าราคาของเครื่องปรับอากาศจะสูงกว่าระบบธรรมดา แต่เมื่อเทียบกับส่วนต่างแล้ว มีความคุ้มค่ากว่าแน่นอน ระบบธรรมดา           สำหรับการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศทั่วไปจะไม่ซับซ้อนเท่ากับระบบอินเวอร์เตอร์

อากาศหนาวแล้ว เปิดเครื่องปรับอากาศยังไง ให้เซฟเงินในกระเป๋า

อากาศหนาวแล้ว เปิดเครื่องปรับอากาศยังไง ให้เซฟเงินในกระเป๋า             ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้เชื่อได้เลยว่าหลายคนกำลังฟินกับบรรยากาศอยู่แน่นอน เพราะช่วงนี้นอกจากจะมีที่เที่ยวหน้าหนาว ให้ได้ปักหมุดเช็คอินกันหลายที่แล้ว เพราะอากาศในแต่ละวันช่วงนี้เรียกว่ากำลังดี ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป อีกทั้งตอนนี้หลายพื้นที่ก็กำลังเตรียมตัวเข้าหน้าหนาวกันเต็มรูปแบบ คราวนี้ใครมีแฟชั่นหน้าหนาว เสื้อกันหนาว หรือลุควินเทอร์ ก็เตรียมปัดฝุ่นออกมาสวมใส่กันได้เลย             แต่ใช่ว่าเข้าหน้าหนาวแล้วหลายบ้านจะลืมมิตรแท้ช่วงหน้าร้อนอย่างเครื่องปรับอากาศนะ เพราะเชื่อได้เลยว่าแม้ในบ้านจะมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นหรืออุณหภูมิที่พอเหมาะสำหรับการนอนแล้ว แต่คืนไหนถ้าไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศกลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง นอนไม่หลับ หรือบางคนอาจรู้สึกหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วการเปิดเครื่องปรับอากาศช่วงหน้าหนาวไม่ใช่เรื่องผิด คุณสามารถเปิดใช้งานได้ตามต้องการ แต่หากใครต้องการเซฟค่าไฟในช่วงหน้าหนาว วันนี้เรามีเคล็ดลับกับอากาศหนาวที่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศยังไงให้ไม่เปลืองไฟมาบอกต่อ รับรองว่าหน้าหนาวนี้เตรียมโบกมือลาค่าไฟแพงไปได้เลยค่ะ  –  เลือกโหมดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม             เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือ “เลือกโหมดแอร์” โดยโหมดที่เหมาะกับหน้าหนาวสุด ๆ คือ โหมดพัดลม หรือ Fan Mode เนื่องจากโหมดพัดลมจะทำหน้าที่ผลิตลมแต่ไม่ได้ทำความเย็นออกมา ดังนั้นการเลือกแอร์โหมดนี้จึงช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก อากาศไม่แห้ง และช่วยให้อุณหภูมิในห้องไม่เย็นเกินไป ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้งานโหมด Cool Mode ที่ทำให้อากาศเย็นเกินไป และ Dry Mode หรือโหมดลดความชื้น เพราะจะทำให้อากาศในห้องแห้งกว่าเดิม –  ตั้งค่าปิดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ                 ในช่วงอากาศเย็นๆ การลดชั่วโมงการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ถือเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแนะนำว่าให้ตั้งค่าปิดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติก่อนตื่นนอนประมาณ

โลกร้อนกับน้ำยาแอร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร

โลกร้อนกับน้ำยาแอร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร                 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบางท่านอาจะเคยได้ยินในเรื่องของน้ำยาแอร์ที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อมนุษย์หากมีการสูดดมเข้าสู่ร่างกาย แต่ในยุคสมัยใหม่น้ำยาแอร์ก่อให้เกิดผลเสียเหล่านั้นน้อยลงแล้วในปัจจุบัน น้ำยาแอร์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเย็นในระบบของระบบทำความเย็นต่างๆ จะมีหลายประเภทตามขนาดการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับเครื่องทำความเย็น ในอดีตนั้นน้ำยาแอร์หรือสารทำความเย็นมีความคงตัวค่อนข้างสูง และมีประสิทธิภาพต่ออุปกรณ์ทำความเย็น แต่จะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมแถมยังมีผลต่อผู้ที่สูดดมน้ำยาแอร์เข้าไปในร่างกายเมื่อเกิดการรั่วไหล ด้วยสารประกอบในน้ำยาแอร์ที่เป็นพิษหลายชนิดที่ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนและทำให้อุปกรณ์ทำความเย็นเสื่อมสภาพได้ง่าย                 ในระบบทำความเย็น จะสร้างความเย็นและดูดความร้อนได้ด้วยน้ำยาแอร์ ซึ่งเป็นตัวกลางที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำให้เกิดความเย็นได้ ด้วยการเดินทางไปตามอุปกรณ์ทำความเย็นและเปลี่ยนสภาพเป็นทั้งของเหลวและก๊าซเพื่อให้กระบวนทำความเย็นมีประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานที่ต้องเปลี่ยนสภาพอยู่ตลอดการทำงานของเครื่องทำความเย็น น้ำยาแอร์จึงต้องมีเสถียรภาพในการเปลี่ยนสถานะและไม่กัดกร่อนอุปกรณ์ทำความเย็นอื่นๆอีกด้วย สารทำความเย็นหลายชนิดเป็นตัวการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจากการประเมินของค่าดังนี้ ค่า GWP (Global Warming Potential) หมายถึง ศักยภาพในการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกของสารทำความเย็น โดยค่า GWP ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (CO2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหลัก มีค่าเท่ากับ 1.0 ดังนั้นหากสารทำความเย็นชนิดอื่นมีค่า GWP เท่ากับ 1000 ซึ่งจะหมายความว่าสารทำความเย็นชนิดนั้นมีโอกาสทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ 1000 เท่า ค่า ODP (Ozone Depletion Potential) หมายถึง ศักยภาพในการทำลายโอโซนในชั้นสตาโตสเฟียร์ของสารทำความเย็น โดยค่า ODP ของสารทำความเย็น R11 ซึ่งเป็นสารทำความเย็นรุ่นแรกที่ใช้กันแพร่หลาย มีค่าเท่ากับ 1.0 ดังนั้นสารทำความเย็ฯชนิดอื่นมีค่า

สาเหตุที่ทำให้แอร์บ้านไม่เย็น

สาเหตุที่ทำให้แอร์บ้านไม่เย็น 1.BTU ของเครื่องปรับอากาศไม่เหมาะสมกับขนาดห้อง ควรเลือกขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง เพราะหากขนาด BTU กับห้องไม่เหมาะสมกันก็จะทำให้เครื่องปรับอากาศมีความเย็นไม่ทั่วถึง ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า ห้องไม่ได้ใหญ่มากติดเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กก็พอ แต่แล้วความจริงหากเครื่องปรับอากาศที่ขนาด BTU ต่ำเกินไป คอมเพรสเซอร์ของแอร์ก็จะทำงานตลอดเวลา หรือหากเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูงเกินไป คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะตัดบ่อย ยังไม่ทันเกิดความเย็นก็ตัดแล้ว จึงทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น เย็นช้า แถมยังทำให้กินไฟมากกว่าปกติ ตั้งโหมดทำความเย็นผิด บางทีสาเหตุที่ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็น อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้ามได้ อย่างเช่น รีโมตเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน หรือปรับการตั้งค่าอุณหภูมิที่ผิดไป เผลอเปลี่ยนจากโหมดความเย็นที่เคยใช้ไปเป็นโหมดพัดลมแทน โหมดพัดลม (Fan) จะทำหน้าที่ลดกลิ่นอับของตัวเครื่องปรับอากาศ และยังสามารถยืดอายุการใช้งานของคอยล์เย็น รวมทั้งยัองช่วยขับความชื้นสะสมข้างใน จึงทำให้โหมดพัดลมไม่สามารถกระจายความเย็นได้ดีเท่าโหมดความเย็น (Cool) จำนวนคนในห้อง การที่ภายในห้องมีจำนวนคนอยู่มากเกินไป เป็นอีกสาเหตุที่หลาย ๆ คนมองข้าม ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศภายในห้องไม่มีความเย็นหรือมีความเย็นช้า เพราะการที่มีจำนวนคนในห้องเพิ่มมากขึ้นจะมีการแย่งกันใช้อากาศที่มากขึ้น เลยทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นต้องทำงานหนักขึ้น แต่หากเรารู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศไม่เย็นเพราะจำนวนคนในห้องเยอะ ก็อาจจะต้องลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศลง แอร์มีสิ่งสกปรกอุดตัน ควรล้างเครื่องปรับอากาศทุก ๆ 6 เดือน

ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน

ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน คำถามยอดฮิตที่หลายๆคนมักส่งวัยว่า ต้องล่างแอร์บ่อยแค่ไหน ควรเว้นระยะกี่เดือนล้าง ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการเปิดใช้งานแอร์ของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแนะนำให้ล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เป็นช่วงที่เหมาะสมในการล้างแอร์ที่สุด หากเว้นระยะนานมากไปอาจจะเกิดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกทำให้ส่งผลเสียต่อแอร์ในการทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธภาพ และทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น แอร์อุดตัน ไม่เย็น และยังส่งผลต่อสุขภาพอีกด้วย หากมีการเปิดใช้แอร์ตลอดทั้งวันเป็นประจำทุกวัน  ในขณะที่แอร์กำลังทำงาน จะมีการหมุนเวียนอากาศในตัวเครื่องทำให้มีฝุ่นและมีสิ่งสกปรกเข้าไปเกาะภายในเครื่อง หากไม่ทำความสะอาดตามระยะเวลาที่เหมาะสมอาจจะส่งผลต่อการใช้งานและผลเสียต่อร่างกายได้อีกด้วย ข้อดีของการล้างแอร์ เพื่อให้แอร์มีประสิทธิภาพในการทำงานได้เต็มที่และยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของแอร์และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อีกด้วย ช่วยประหยัดค่าไฟ หากมีฝุ่นละอองสะสมเกาะอยุ่ที่ตัวระบายความร้อนจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานมากจนเกินไป ช่วยลดการอุดตันของอุปกรณ์ภายในจากฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อตัวเครื่อง และยังป้องกันน้ำหยดที่มีสาเหตุมาจากฝุ่นที่สะสมจนเกิดการอุดตันอีกด้วย การเปิดใช้แอร์เป็นประจำทุกวันและเป็นเวลานาน โดยที่ไม่มีการทำความสะอาด อาจจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและความชื้อทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอัพ และยังก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ด้วย วิธีการล้างแอร์ง่ายๆ 5 วิธีมีดังนี้ ล้างแอร์ด้วยตนเอง คือการล้างแอร์ด้วยวิธีการถอดฟิลเตอร์กรองอากาศ กรองฝุ่น และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออกมา เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทสะดวก โดยความถี่ในการล้างคือไม่น้อยกว่า  2 สัปดาห์ จะช่วยให้ประหยัดไฟ และยังช่วยให้คอมเพรสเซอร์ได้ทำงานน้อยลงด้วย ล้างแอร์ด้วยน้ำยาล้างคอยล์แอร์ เป็นการใช้น้ำยาล้างเพื่อกัดเซาะสิ่งสกปรกที่ฝังแน่นอยู่ในแผงคอยล์เย็นและคอยล์รอ้นให้ออก เนื่องจากใช้น้ำยแรงดันสูงก็ยังไม่สามารถทำให้สิ่งสกปรกเหล่านี้หลุดออกไปจนหมด จึงจำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทำการประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าที่เดิม  ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีกรดหรือด่างมากเกินไปในการล้างแผงคอยล์เพราะจะทำให้แผงบางลง จนรั่วในที่สุด การล้างแอร์ด้วยน้ำแรงดันสูง การทำความสะอาดแผงคอยล์เย็นด้านในห้อง

เทคนิคการใช้เครื่องปรับอากาศช่วงหน้าฝน  

เทคนิคการใช้เครื่องปรับอากาศช่วงหน้าฝน   ในช่วงฤดูฝน อากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งร้อนจัด ทั้งฝนตกประปราย อีกทั้งยังมีพายุลมแรงอยู่ตลอดในช่วงปีนี้ หากเราจะเปิดเครื่องปรับอากาศในขณะที่ฝนตก เราจะมีวิธีการใช้งานและดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างไรบ้าง ให้ใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพอากาศปัจจุบัน และยังให้เครื่องปรับอากาศสามารถยังใช้งานได้ดี วันนี้ทางเรามีข้อแนะนำการใช้เครื่องปรับอากาศช่วงหน้าฝนดังนี้ค่ะ 1.ทำความสะอาดคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศเป็นประจำเพื่อป้องกันเชื้อโรค กลิ่นอับ หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ในช่วงอากาศชื้นที่สะสมอยู่ในเครื่องปรับอากาศ 2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งภายนอก บนพื้นที่สูงเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีน้ำขังหลังฝนตก 3. ปิดคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศด้วยฝาครอบกันน้ำ 4. ตรวจสอบและเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศบ่อย ๆ เพื่อรักษาการไหลเวียนของอากาศที่ดี 5. ตรวจสอบระบบระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการอุดตัน 6. ตั้งอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการปิดและเปิดเครื่องปรับอากาศบ่อย ๆ 7. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการรั่วไหลในท่อสารทำความเย็น 8. เลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องเพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนเกินไป 9. การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้ต่ำกว่าอากาศภายนอก 10. นัดหมายบริการล้างแอร์เครื่องปรับอากาศอย่างมืออาชีพอย่างน้อยปีสองละครั้ง 11. การใช้ Self-Cleaning ซึ่งจะมีในเครื่องปรับอากาศติดผนังรุ่นใหม่บางรุ่นเท่านั้น 12. การใช้ Dry Mode เครื่องปรับอากาศบางรุ่นจะมีระบบนี้ เพื่อที่จะช่วยลดความชื้นภายในห้องขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นเมื่อต้องการเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงฝนตกหรือช่วงที่อากาศภายนอกเย็นกว่าในห้อง เราจะต้องปรับลดอุณหภูมิลง เพื่อให้เครื่องปรับอากาศได้ทำความเย็นในห้องให้ถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ โดยอาจจะต้องตั้งอุณหภูมิระหว่าง 18-23 องศาเซลเซียส เพื่อให้คอยล์ระบายความร้อนได้ทำงาน และทำให้ส่งลมเย็นเข้าสู่ภายในห้อง และหากเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศทุกวัน รวมกระทั่งแม้วันที่ฝนตกและแดดร้อนจัด