Category Archives: วิธีเช็คน้ำยาแอร์

ดูแลรถยนต์อย่างไรในหน้าฝน

ดูแลรถยนต์อย่างไรในหน้าฝน ประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู จะมีฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน คือระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี ประเทศไทยมีเมฆมาก จะพบกับร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านประเทศไทย จึงทำให้มีฝนตกชุก เมื่อเข้าสู่หน้าฝน หลายท่านคงไม่ค่อยถูกกับหน้าฝนเท่าไหร่ เพราะพอฝนตกมาทีไร รถก็จะติด แถมรถยนต์ของเราก็สกปรกอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ถ้ามีน้ำรอการระบายบนท้องถนน ก็จะทำให้รถยนต์ของเราเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นในหน้าฝนนี้ เราจึงควรจะเพิ่มการดูแลรถยนต์ของเราเป็นพิเศษ ดังต่อไปนี้ ตรวจเช็คดูซีลยางขอบประตู ซีลยางขอบประตูรถนั้นทำหน้าที่ปิดช่องว่างระหว่างรอยขอบ ประตู สามารถกันลม รวมถึงการรั่วซึมของน้ำฝนที่จะเข้ามาในรถด้วย สำหรับตัวซีลยางขอบประตูนั้นควรตรวจเช็คทุกๆ 4เดือน ตรวจดูว่าตัวซีลยางมีรูปทรงที่บิดเบี้ยวอยู่หรือไม่ เมื่อใช้มือบีบจะต้องไม่นิ่มไป หรือแข็งไป ตรวจสอบรอยแตก หากมีสภาพที่ไม่เหมาะสม ควรรีบทำการเปลี่ยนทันที เพราะหากเกิดการรั่วซึมจะทำให้ภายในห้องโดยสารเกิดความเสียหาย จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่บานปลายได้ รถยนต์ถ้าลุยฝนให้รีบล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด เพื่อให้คราบสกปรกหลุดออกไปก่อน แล้วค่อยเช็ครถยนต์ด้วยผ้าเช็ดรถ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดคราบรอยหยดน้ำเกาะฝั่งแน่นขึ้น และที่สำคัญ ไม่ควรเช็ดรถทันทีหลังผ่านการตากฝนมา เพราะน้ำฝนมักปนเปื้อนฝุ่น อาจจะทำให้เกิดคราบสกปรกติดรถหรือเกิดรอยข่วนแมวได้ และจะทำให้เกิดผลเสียต่อสีรถยนต์ด้วย เช็คใบปัดน้ำฝน เป็นสิ่งที่ใช้บ่อยสุดในช่วงหน้าฝน จึงควรตรวจเช็คใบปัดน้ำฝน ว่ามีสภาพที่ดี อยู่หรือไม่ หากระหว่างใช้งานแล้วมีเสียงดัง แสดงว่าตัวยางมีการแข็งตัว หรือเมื่อใช้แล้วมีรอยเส้นตามแนวปัด

สาเหตุหลักแอร์รถยนต์รั่ว และวิธีเช็คเบื้องต้น

สาเหตุหลักแอร์รถยนต์รั่ว และวิธีเช็คเบื้องต้น หน้าร้อนกันแล้ว หลายคนต้องคิดถึงความเย็น พอขึ้นรถหลังจากสตาร์ทรถยนต์แล้ว แน่นอนสิ่งที่ทุกคนทำคือการ เปิดแอร์เพื่อปรับอุณหภูมิรถยนต์ให้เย็นฉ่ำ แต่บางทีแอร์รถยนต์ก็ไม่เป็นใจ เย็นไม่ทันใจเรา ซึ่งอากาศภายนอกนั้นร้อนจัด ต้องใช้เวลาสักพักอากาศภายในรถยนต์ถึงจะเย็นสบาย หรือบางครั้งเปิดแอร์แล้ว ขับรถยนต์มาสักพักแอร์ก็ยังไม่ทำงาน ยังร้อนอบอ้าว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เรากำลังเจอปัญหา แอร์รถยนต์รั่ว เข้าแล้ว หากเป็นเช่นนั้น เราไม่ควยปล่อยทิ้งไว้ มาทราบสาเหตุและวิธีเช็คแอร์รถยนต์รั่วกัน สั่งซื้อน้ำยาแอร์ R32 น้ำยาแอร์ดอทคอม สาเหตุหลักแอร์รถยนต์รั่ว เมื่อรถยนต์มีความผิดปกติ ไม่ควรปล่อยไว้นาน ควรตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนการเดินทางทุกครั้ง และปัญหาที่ทุกคนต้องพบคือ แอร์รถยนต์รั่ว โดยระบบแอร์ไม่สามารถรั่วซึมเองได้ นอกจากจะเกิดความเสียหายหรือสึกกร่อนของชิ้นส่วนต่างๆ อาทิ รอยต่อท่อแอร์ อีกหนึ่งสาเหตุอาการแอร์รถยนต์รั่วซึม อาจมาจากรอยต่อท่อแอร์ที่ไม่สนิท ทำให้แอร์รั่ว ควรเปลี่ยนใหม่เพราะหากปล่อยไว้ การรั่วไหลของน้ำยาแอร์ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ล้างตู้แอร์บ่อยเกินไป เกิดจากการล้างตู้แอร์บ่อยเกินไป เพราะหลายคนอาจจะกลัวว่าหากปล่อยไว้นานจะทำให้เกิดการอุดตัน เกิดความสกปรก หรือเชื้อราแบคทีเรีย โดยน้ำยาแอร์อาจมีกรดที่ทำลายตู้แอร์ทำให้เกิดอาการผุผัง รั่วซึมได้ ควรล้างแอร์ 6 เดือนครั้ง หรือ 1 ปีล้างทำความสะอาด 2 ครั้ง/ปี

วิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

วิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้อง ในปัจจุบันนี้ ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งด้านสภาพอกาศที่ร้อนของประเทศไทย ทำให้หลายๆที่ เช่น อาคารบ้านเรือน ห้างสรรพสินค้า รวมถึงธุรกิจต่างๆ จำเป็นจะต้องมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อที่จะได้ช่วยอำนวยให้ความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัย และช่วยรักษาอุณภูมิภายในห้องอีกด้วย เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner ) หรือประเภทเครื่องปรับอากาศ ในการเลือกยี่ห้อ อาจจะขึ้นอยู่กับความชอบ และลักษณะการใช้งานของผู้ซื้อ แต่การเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการลดใช้พลังงาน หรือต้นทุนไฟฟ้า หากเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดเล็กเกินไป ไปใช้ในพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพอาจจะทำให้ความเย็นไม่เพียงพอ และมีเวลาการตทำงานนานกว่าปกติ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป แต่ในทางกลับกันในทางกลับกัน การเลือกเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่เกินไป แม้จะทำให้ห้องเย็นลงอย่างรวดเร็ว แต่มีความชื้นเพิ่มมากขึ้น คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย รวมถึงสิ้นเปลืองพลังงาน ดังนั้นการเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ มาทำความรู้จักกับ BTU เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมกับขนาดห้อง BTU (British Thermal Unit ) เป็นหน่วยวัดค่าพลังงานความร้อนตามมาตรฐานสากล ในส่วนของเครื่องปรับอากาศ หมายถึงความสามารถในการทำความเย็น ถ่ายเทความร้อนออกจากห้อง ปัจจัยหรือองค์ประกอบในการเลือกเครื่องปรับอากาศตามขนาด BTU มีดังต่อไปนี้ ประเภทของที่อยู่อาศัย อาคาร บ้านเรือน และการใช้งาน การใช้งานของอาคารและสถานที่

สารทำความเย็นในตู้เย็นเชิงพาณิชย์ (Commercial Refrigerators & Freezers)

สารทำความเย็นในตู้เย็นเชิงพาณิชย์ (Commercial Refrigerators & Freezers) ตู้เย็นเชิงพาณิชย์เป็นส่วนหนึ่งของ Cold Chain หรือห่วงโซ่ความเย็นที่รองรับผลผลิตของเศรษฐกิจที่แปรสภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค เราใช้กันอย่างแพร่หลายในการจัดเก็บและขายเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม ผลไม้ ผัก และไอศกรีม มีตั้งแต่แช่เย็นในอุณหภูมิทั่วไป ถึงแช่แข็ง มีให้ผู้ประกอบการเลือกสรร ตั้งแต่ 1 ประตู 2 ประตู แบบทึบเปิดจากด้านบน หรือแบบม่านอากาศ เป็นต้น  เมื่อกล่าวเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ในตู้เย็นเชิงพาณิชย์ หรือตู้แช่ตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ ขอยกสารทำความเย็น 3 ตัวมาให้ทุกท่านพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียดังนี้ R-404A สารทำความเย็น R404a เป็นน้ำยาแอร์หรือสารทำความเย็นในกลุ่ม HFC ตัวเด่นในตลาด Low Temp ไปจนถึง Freezer ที่เข้ามาทดแทน น้ำยาแอร์ R22 และ น้ำยาแอร์ R502 เหมาะสำหรับ ตู้เย็นในซูปเปอร์มาร์เก็ต หรือ อุตสาหกรรมความเย็นต่างๆ มีอัตราส่วนผสมของน้ำยาแอร์ R-143a/R-125/R-134a

วิธีการเติมน้ำยาแอร์ด้วยถังแบบใช้แล้วทิ้ง

วิธีการเติมน้ำยาแอร์ด้วยถังแบบใช้แล้วทิ้ง ในปัจจุบันนี้การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนจะต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องปรับอากาศแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนในประเทศไทย จึงทำให้ต้องมีเครื่องปรับอากาศเสมอไม่ว่าจะที่ทำงาน บ้าน อาคาร ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำบางที่ มันสามารถช่วยได้มากทีเดียว ซึ่งเราสามารถตั้งค่าอุณภูมิได้ตามความต้องการได้อย่างสะดวกสบาย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องปรับอากาศก็ต้องมีดูแลและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพการใช้งานได้เต็มที่ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย การเติมน้ำยาแอร์ในเครื่องปรับอากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการซ่อมบำรุง จะต้องเติมเมื่อมีปริมาณน้ำยาแอร์ที่ลดลง สาเหตุมักจะเกิดจากการเสียหายภายในหรือเกิดจากการรั่วซึ่มของท่อแอร์ จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการใช้งาน เนื่องจากปกติแล้วจะไม่ค่อยมีปัญหาและจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าสารทำความเย็นจะระเหยไปหมด การเติมน้ำยาแอร์เป็นการเพิ่มสารทำความเย็นให้กับเครื่องปรับอากาศ ในที่นี้เราจะพูดถึงการเติมน้ำยาแอร์ด้วยถังแบบใช้แล้วทิ้งมีดังนี้ การเติมแบบไม่คว่ำถัง ในการเติมน้ำยาแอร์แบบปกติไม่คว่ำถัง เราสามารถเติมได้ในส่วนของน้ำยา R22 และ R32 เท่านั้น เพราะเป็นน้ำยาที่มีส่วนผสมตัวเดียว จึงไม่แนะนำให้เติมแบบคว่ำถัง เพราะอาจจะทำให้คอมเพรสเซอร์เสียหายได้ เพราะเครื่องปรับอากาศอาจจะไม่ได้รองรับการเติมน้ำยาที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การเติมแบบคว่ำถังเติม ในการเติมน้ำยาแอร์แบบคว่ำถังเติม ส่วนมากจะใช้กับน้ำยาแอร์ R410A   สาเหตุที่ต้องคว่ำถังเติม เพราะน้ำยาแอร์ R410A มีส่วนผสมของน้ำยาอยู่ 2 ชนิด (R32 = 50% และ R125 = 50% ) ถ้าเติมแบบปกติไม่คว่ำถังอาจจะทำให้ส่วนผสมของทั้ง 2 ชนิดไม่ได้สัดส่วนตามที่ผู้ผลิตกำหนด และจะทำให้เครื่องปรับอากาศเย็นหรือไม่เย็นก็ได้ หากเราเติมสารทำความเย็นเข้าไปตามที่ผู้ผลิตกำหนด

น้ำยาแอร์ R134a กับ R12 ต่างกันอย่างไร

น้ำยาแอร์ R134a กับ R12 ต่างกันอย่างไร             ประเทศไทยมีลักษณะเป็นแบบร้อนชื้นทำให้อากาศร้อนแทบทั้งปี จึงจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศในการใช้รถยนต์ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางรถยนต์ส่วนบุคคล ปัจจุบันถ้าจะกล่าวน้ำยาแอร์จะเป็นที่รู้จักใช้กันแพร่หลายในระบบแอร์รถยนต์ นอกจากนั้นยังใช้สำหรับเครื่องปรับอากาศรถยนต์ เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ และตู้เย็น ที่ทำอุณหภูมิปานกลางและสูง ถ้าหากเราต้องการทราบว่า รถยนต์ที่เราใช้งานอยู่ ใช้น้ำยาแอร์ตัวไหน ให้สังเกตุได้จาก หากเป็นรถยนต์เดิมๆ มือหนึ่งออกจากศูนย์รถ ไม่เคยคัดแปลงระบบแอร์ และเป็นรถยนต์ที่ผลิตก่อนปี พ.ศ.2539 ให้สังเกตุได้เลยว่า ใช้น้ำยาแอร์ R12 แต่หากเป็นรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนถึงปัจจุบัน ส่วนมากจะใช้น้ำยาแอร์ R134a คุณสมบัติ และ ความแตกต่างของ น้ำยาแอร์ R134a และ R12 มีดังต่อไปนี้ 1.น้ำยาแอร์ R134a เป็นสารทำความเย็นที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำยาแอร์ชนิดอื่นเลย จะมีค่าของน้ำยาแอร์ R134aอย่างเดียว 100% ระดับการทำลายโอโซนของสารทำความเย็น (OPD) = 0 ในขณะที่ค่า GWP มีค่า 1430 จะมีแรงดัน

การเปิด-ปิดแอร์รถยนต์ที่ถูกวิธีและการดูแลรักษาแอร์รถยนต์เบื้องต้น

การเปิด-ปิดแอร์รถยนต์ที่ถูกวิธีและการดูแลรักษาแอร์รถยนต์เบื้องต้น ประเทศไทยเราเป็นเมืองร้อน ทุกวันนี้หลายคนมักเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางและด้วยเรื่องสภาพอากาศค่อนข้างร้อน แอร์รถยนต์จึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถยนต์ทุกคัน และมีผลต่อระบบหายใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เนื่องจากต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์รถยนต์อยู่ตลอดเวลาเมื่อเราอยู่ในรถยนต์ไม่มีใครรู้เลยว่า อาจจะเต็มไปด้วย เชื้อโรค ก็เป็นไปได้ วันนี้เราจึงขอนำเสนอการเปิดใช้แอร์รถยนต์ที่ถูกต้องให้ปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของแอร์รถยนต์ให้อยู่กับเราไปได้นานๆ ดังนี้ 1.ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตซ์แอร์(A/C) เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ท เมื่อสตาร์ทและเครื่องวอร์มสักพักแล้วค่อยเปิดสวิตซ์พัดลม โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์รถยนต์ แล้วค่อยเปิดสวิตซ์แอร์ (A/C) การปิดแอร์รถยนต์ที่ถูกต้อง ควรปิดสวิตซ์แอร์ (A/C)ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางก่อน ประมาณ 5-10 นาที เพื่อลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น ไม่ให้สะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นจึงปิดพัดลมแล้วดับเครื่องยนต์ ควรตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้เหมาะสมกับห้องโดยสาร และไม่ควรตั้งให้เย็นจนเกินไป เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 25 องศา เป็นค่ามาตรฐานจะดีที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมรถยนต์ สเปรย์ปรับอากาศ เนื่องจากการจะส่งผลต่อระบบการทำงานของคอยล์เย็นโดยเราไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่มักจะมีสารระเหยที่ส่งผลกระทบต่อระบบแอร์ โดยไอระเหยของสารเคมีในสเปรย์ปรับอากาศจะทำปฏิกิริยา ทำให้เกิดฝุ่นไปจับตัวที่คอยล์เย็น จะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น การถ่ายเทความร้อนก็จะลดลงทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นของระบบแอร์ก็จะลดลงไปด้วย ตรวจเช็คแผ่นกรองอากาศแอร์ให้สม่ำเสมอ สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้เอง และถ้าปล่อยให้แผ่นกรองอากาศสกปรกมาก จะทำให้ฝุ่นไปอุดตันได้ สาเหตุนี้ก็มีส่วนทำให้ระบบแอร์ต้องทำงานหนักมากขึ้น ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน แนะนำให้ล้างตู้แอร์ ปีละ 2

หลักการทำงานของระบบแอร์รถยนต์

หลักการทำงานของระบบแอร์รถยนต์ ปัจจุบัน รถยนต์เข้ามามีบทบาทส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ช่วยทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น เพราะด้วยอากาศของเมืองไทยบ้านเราเป็นเมืองร้อน แอร์รถยนต์ จึงเป็นส่วนสำคัญทำให้อากาศภายในรถยนต์เกิดความเย็นสบาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ เราผู้ใช้รถยนต์ ควรรู้หลักการทำงานของระบบแอร์รถยนต์บ้าง ว่าในระบบมีอะไรตัวไหน ทำหน้าที่อย่างไร เรามาทำความรู้จักดังนี้ หลักการทำงานของระบบแอร์รถยนต์  เป็นระบบทำความเย็นแบบอัดไอหรือก๊าซ โดยที่คอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) จะทำหน้าที่ดูดสารทำความเย็นจากอีวาโปเรเตอร์ (EVAPORATOR) สารทำความเย็น ในขณะนั้นยังมีสถานะเป็นแก๊สและคอมเพรสเซอร์ ยังทำหน้าที่อัดสารทำความเย็นออกไปที่คอนเดนเซอร์ (CONDENSER) ทำให้สารทำความเย็นมีอุณหภูมิและความดันเพิ่มสูงขึ้น เมื่อสารทำความเย็นไหลผ่านคอนเดนเซอร์จะทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง จากนั้นสารทำความเย็นจะไหลต่อไปยัง รีซีฟเวอร์/ดรายเออร์ (RECEIVER/DRYER) เพื่อกรองสิ่งสกปรกและความชื้นที่ปนเปื้อนในสารทำความเย็นไหลไปที่ แอ็คเพนชั่นวาล์ว (EXPANSION VALVE) แล้วฉีดเป็นฝอยละอองเข้าไปใน อีวาโปเรเตอร์ ทำให้สารทำความเย็นมีความดันที่ต่ำและดูดความร้อนจากภายนอก เพื่อให้ได้สถานะที่กลายเป็นแก๊ส ทำให้อุณหภูมิภายนอกลดลง หลังจากนั้นสารทำความเย็นที่เป็นแก๊ส ก็จะถูกดูดเข้าไปในคอมเพรสเซอร์ เพื่อเริ่มต้นการทำงานใหม่ วนซ้ำไปเรื่อยๆ ส่วนประกอบของระบบแอร์รถยนต์ มีดังนี้ คอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) ที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศติดรถยนต์ จะเป็นแบบเปิด และจะติดกับเครื่องยนต์ โดยใช้กำลังของเครื่องยนต์มาหมุนให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สูบฉีดสารทำความเย็นให้ไหลวนในระบบแอร์รถยนต์ โดยดูดสารทำความเย็นสถานะไอความดันต่ำจากตู้แอร์ และเพิ่มความดันเพื่อเปลี่ยนสถานะสารทำความเย็นเป็นไอความดันสูง ก่อนที่จะส่งต่อไปที่คอนเดนเซอร์ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ คอมเพรสเซอร์มีเสียงดัง

 วิธีแก้ไขเมื่อเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรมรั่ว

 วิธีแก้ไขเมื่อเครื่องทำความเย็นอุตสาหกรรมรั่ว ปัจจุบันระบบห้องเย็นในอุตสาหกรรมมีอยู่หลายรูปแบบหลายขนาดแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสินค้า และพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าแต่ละชนิด  ซึ่งรวมถึงอุณหภูมิที่ต้องการจัดเก็บสินค้าเหล่านั้นด้วย ซึ่งจะไม่เท่ากันและแตกต่างกันออกไปตามการใช้งานตามสินค้าที่ต้องการจัดเก็บนั้นๆ  เพราะสินค้าแต่ละชนิดก็มีความต้องการอุณหภูมิความเย็นที่ไม่เหมือนกัน เช่น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ต้องการอุณหภูมิที่ความเย็นจัด ส่วนพวกเครื่องดื่ม ผัก ผลไม้ ยาและเวชภัณฑ์ ต้องการอุณหภูมิที่ความเย็นไม่มาก เพราะถ้าหากเย็นเกินไป อาจทำให้คุณภาพลดลงและสินค้าเกิดความเสียหายได้ ซึ่งระบบเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่นั้นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องใช้คือน้ำยาแอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับการใช้งาน  ที่ระบบห้องเย็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต้องเตรียมพร้อมและสำรองไว้  หากเกิดการรั่วจากระบบก็สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ทันที เพราะจะต้องเก็บสินค้าไว้ตลอดเวลา   เพื่อไม่ให้สินค้าเกิดความเสียหายได้ หากน้ำยาแอร์เกิดการรั่วจะไม่เกิดการระเบิด แต่สิ่งที่ต้องทำและรีบดำเนินการโดยเร่งด่วนนั้นก็คือ 1.เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำยาแอร์ที่หนักกว่าอากาศ จะทำให้น้ำยาแอร์กระจายไปทั่ว จึงควรที่ต้องต้องรีบทำให้อากาศถ่ายเทโดยเร็ว เพื่อเพิ่มออกซิเจนในอากาศให้กลับสู่ปกติ ดังนั้นพื้นที่จัดเก็บหรือที่ปฏิบัติงานควรมีอากาศถ่ายเทอากาศได้ดี 2.การซ่อมบำรุงควรปล่อยน้ำยาแอร์ออกจากระบบให้หมดในการซ่อมแซมแล้วปล่อยไนโตรเจนไล่ภายในระบบก่อนใช้แก๊สเชื่อมหรือตัดอุปกรณ์ในระบบ ห้ามเชื่อมหรืออุดรอยรั่วในขณะที่ระบบยังมีน้ำยาแอร์อยู่ เพราะเมื่อความร้อนสัมผัสน้ำยาแอร์จะเกิดการขยายตัวสูงอาจทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ 3.ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อปฏิบัติงานเพราะน้ำยาแอร์ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังหรือร่างกายโดยตรงจะเกิดอันตรายคล้ายถูกไอน้ำหรือน้ำร้อนลวก เป็นรอยไหม้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นควรรีบล้างน้ำสะอาดโดยทันที หากอาการหนักก็ควรรีบไปพบแพทย์ 4.การจัดเก็บน้ำยาแอร์ไม่ควรตากแดดร้อนจัดเป็นเวลานานๆควรจัดเก็บให้อยู่ในที่ร่มและที่ระบายอากาศได้ดี เพราะไม่ให้น้ำยาแอร์เกิดการรั่วและอาจระเบิดขึ้นได้ สำหรับธุรกิจระบบห้องเย็นอุตสาหกรรมนั้นต้องหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิของห้องและอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาและไม่ควรเกิดการรั่วซึม เพื่อป้องกันที่จะไม่เกิดความเสียหายกับสินค้าที่จัดเก็บ ซึ่งสินค้าบางอย่างมีมูลค่าที่สูงมาก และต้องจัดเก็บไว้ตลอด 24 ชม.เพื่อคงคุณภาพของสินค้านั้นๆไว้  ดังนั้นควรที่จะตรวจเช็คระบบให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ   หากต้องการได้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบห้องเย็น สามารถโทรติดต่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ น้ำยาแอร์ดอทคอม ศูนย์รวมน้ำยาตู้เย็น ตู้แช่ทุกชนิดที่Line : @namyaair  หรือ

ล้างแอร์ มีข้อดี ข้อเสีย และมีความสำคัญอย่างไร

ล้างแอร์ มีข้อดี ข้อเสีย และมีความสำคัญอย่างไร

ล้างแอร์ มีข้อดี ข้อเสีย และมีความสำคัญอย่างไร การติดตั้งแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ จุดประสงค์ก็เพื่อปรับอุณหภูมิของห้องให้เย็นลง สามารถทำงาน ทำกิจกรรมภายในบริเวณหรือสถานที่นั้น ๆ ได้อย่างมีความสุข และได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพ การทำงานของแอร์ยังช่วยฟอกอากาศที่เราหายใจเข้าไปให้สะอาดขึ้น ควบคุมความชื้นภายในห้อง และช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก การล้างแอร์จึงนอกจากเป็นการทำความสะอาดฝุ่นละออง และไรฝุ่น ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ให้ดีขึ้น การล้างแอร์ คืออะไร การล้างแอร์ หมายถึง การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ นอกจากจากการล้างทำความสะอาดคอย์เย็นและคอย์ร้อน ทำความสะอาดขจัดครางฝุ่นละออง ยังรวมไปถึงการตรวจสอบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การตรวจเชคเครื่องปรับอากาศ การบำรุงรักษา และการตรวจเช็คระบบน้ำยา ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ดียิ่งขึ้น การล้างแอร์ สำคัญอย่างไร ระบบการทำงานของแอร์ นอกจากปรับอุณหภูมิควบคุมความเย็นแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศ กรองฝุ่นละออง และไรฝุ่น ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก การล้างแอร์ จึงเป็นขั้นตอนหนึ่งในบำรุงดูแลรักษาที่มีความสำคัญ ดังนี้ การล้างแอร์ ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากเครื่องปรับอากาศ เช่น ภูมิแพ้จากไรฝุ่น โรคหอบ และโรคหืด การล้างแอร์ เป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ และช่วยให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การทำความสะอาด และล้างแอร์ เป็นการลดปริมาณเชื้อโรคในอากาศและการสะสมของฝุ่นละออง การล้างแอร์ ช่วยลดปริมาณกลิ่นอับชื้น